งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 17 ราย
2. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 5 ราย
3. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 29 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 56 ราย
5. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 10 ราย
6. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 37 ราย
7. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
8. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 2 ราย
9. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 55 ราย
10. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 93 เล่ม
11. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 10 ราย
12.ค้นหาใบรายมือชื่อให้ลูกค้า จำนวน 3 ราย
13.ทำบัตร ATM ให้ลูกค้า จำนวน 4 ราย
ปัญหา
1. เหรียญที่ลูกค้านำมาฝากมีจำนวนเยอะมากทำให้ล่าช้า
2. การชำระค่ากรมธรรม์ค่อนข้างซับซ้อน
การแก้ไขปัญหา
1. ใช้เครื่องช่วยนับเหรียญเพื่อความรวดเร็วขึ้น
2. สอบถามพี่ที่ดูแลเพื่อการทำงานที่ดีขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 12 ระหว่างวันที่ 17-21 ม.ค. 2554
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 15 ราย
2. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 9 ราย
3. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 34 ราย
4. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 42 ราย
5. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 10 ราย
6. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
7. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
8. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 10 ราย
9. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 5 ราย
10. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 15 ราย
11. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 34 ราย
12. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 46 เล่ม
13. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 12 ราย
14. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 10 ราย
ปัญหา
1. เหรียญที่ลูกค้านำมาฝากมีจำนวนเยอะมากทำให้ล่าช้า
2. การชำระค่ากรมธรรม์ค่อนข้างซับซ้อน
การแก้ไขปัญหา
1. ใช้เครื่องช่วยนับเหรียญเพื่อความรวดเร็วขึ้น
2. สอบถามพี่ที่ดูแลเพื่อการทำงานที่ดีขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
2. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 9 ราย
3. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 34 ราย
4. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 42 ราย
5. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 10 ราย
6. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
7. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
8. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 10 ราย
9. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 5 ราย
10. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 15 ราย
11. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 34 ราย
12. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 46 เล่ม
13. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 12 ราย
14. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 10 ราย
ปัญหา
1. เหรียญที่ลูกค้านำมาฝากมีจำนวนเยอะมากทำให้ล่าช้า
2. การชำระค่ากรมธรรม์ค่อนข้างซับซ้อน
การแก้ไขปัญหา
1. ใช้เครื่องช่วยนับเหรียญเพื่อความรวดเร็วขึ้น
2. สอบถามพี่ที่ดูแลเพื่อการทำงานที่ดีขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 11 ระหว่างวันที่ 10-14 ม.ค. 2554
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 37 ราย
2. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 6 ราย
3. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 22 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 45 เล่ม
6. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
7. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
8. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 10 ราย
9. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 8 ราย
10. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 25 ราย
11. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 9 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 5 ราย
13. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
14. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 4 ราย
ปัญหา
1. เขียนใบฝากเงินให้ลูกค้าผิดพลาด
2. เครื่องถ่ายเอกสารขัดข้องบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. ตรวจดูให้ดีทุกครั้งก่อน
2. ต้องทำการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความอดทนกับงานที่ได้รับ
1. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 37 ราย
2. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 6 ราย
3. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 22 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 45 เล่ม
6. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
7. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
8. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 10 ราย
9. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 8 ราย
10. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 25 ราย
11. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 9 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 5 ราย
13. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
14. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 4 ราย
ปัญหา
1. เขียนใบฝากเงินให้ลูกค้าผิดพลาด
2. เครื่องถ่ายเอกสารขัดข้องบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. ตรวจดูให้ดีทุกครั้งก่อน
2. ต้องทำการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความอดทนกับงานที่ได้รับ
วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 10 ระหว่างวันที่ 4-8 ม.ค. 2554
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 88 ราย
2. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 17 ราย
3. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 100 ราย
4. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 51 เล่ม
5. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
6. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 12 ราย
7. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 4 ราย
8. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 3 ราย
9. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 80 ราย
10. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 15 ราย
11. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 2 ราย
12. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 18 ราย
13. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 10 ราย
14. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 6 ราย
15. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 10 ราย
16. เปิดบัญชีในระบบ จำนวน 20 ราย
17. แจกของขวัญวันเด็ก จำนวน 45 ชิ้น
18. จัดเรียงสมุดบัญชีเงินฝาก โดยเรียงตามพยัญชนะ ก-ฮ จำนวน 51 เล่ม
ปัญหา
1. เขียนใบฝากเงินให้ลูกค้าผิดพลาด
2. เครื่องถ่ายเอกสารขัดข้องบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. ตรวจดูให้ดีทุกครั้งก่อน
2. ต้องทำการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
1. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 88 ราย
2. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 17 ราย
3. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 100 ราย
4. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 51 เล่ม
5. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
6. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 12 ราย
7. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 4 ราย
8. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 3 ราย
9. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 80 ราย
10. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 15 ราย
11. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 2 ราย
12. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 18 ราย
13. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 10 ราย
14. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 6 ราย
15. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 10 ราย
16. เปิดบัญชีในระบบ จำนวน 20 ราย
17. แจกของขวัญวันเด็ก จำนวน 45 ชิ้น
18. จัดเรียงสมุดบัญชีเงินฝาก โดยเรียงตามพยัญชนะ ก-ฮ จำนวน 51 เล่ม
ปัญหา
1. เขียนใบฝากเงินให้ลูกค้าผิดพลาด
2. เครื่องถ่ายเอกสารขัดข้องบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. ตรวจดูให้ดีทุกครั้งก่อน
2. ต้องทำการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 9 ระหว่างวันที่ 27-30 ธ.ค. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 18 ราย
2. เปิดบัญชีประจำ 5 เดือน ให้กับลูกค้า จำนวน 35 ราย
3. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 18 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 28 เล่ม
6. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
7. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 13 ราย
8. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 4 ราย
9. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 4 ราย
10. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 9 ราย
11. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 7 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 2 ราย
13. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 16 ราย
14. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 4 ราย
15. ห่อของขวัญสำหรับลูกค้า จำนวน 40 กล่อง
ปัญหา
1. เขียนใบฝากเงินให้ลูกค้าผิดพลาด
2. เครื่องถ่ายเอกสารขัดข้องบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. ตรวจดูให้ดีทุกครั้งก่อน
2. ต้องทำการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
1. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 18 ราย
2. เปิดบัญชีประจำ 5 เดือน ให้กับลูกค้า จำนวน 35 ราย
3. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 18 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 28 เล่ม
6. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
7. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 13 ราย
8. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 4 ราย
9. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 4 ราย
10. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 9 ราย
11. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 7 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 2 ราย
13. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 16 ราย
14. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 4 ราย
15. ห่อของขวัญสำหรับลูกค้า จำนวน 40 กล่อง
ปัญหา
1. เขียนใบฝากเงินให้ลูกค้าผิดพลาด
2. เครื่องถ่ายเอกสารขัดข้องบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. ตรวจดูให้ดีทุกครั้งก่อน
2. ต้องทำการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 8 ระหว่างวันที่ 20-24 ธ.ค. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
2. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
3. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 6 ราย
4. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 5 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 30 เล่ม
6. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
7. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 19 ราย
8. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 22 ราย
9. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 10 ราย
10. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 9 ราย
11. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 4 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 3 ราย
13. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
14. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 4 ราย
15. จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์สงเคราะห์ชีวิต
16. ห่อของขวัญสำหรับลูกค้า จำนวน 1200 กล่อง
ปัญหา
1. เขียนใบฝากเงินให้ลูกค้าผิดพลาด
2. เครื่องถ่ายเอกสารขัดข้องบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. ตรวจดูให้ดีทุกครั้งก่อน
2. ต้องทำการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความอดทนกับการทำงานที่ได้รับ
1. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
2. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
3. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 6 ราย
4. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 5 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 30 เล่ม
6. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
7. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 19 ราย
8. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 22 ราย
9. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 10 ราย
10. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 9 ราย
11. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 4 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 3 ราย
13. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
14. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 4 ราย
15. จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์สงเคราะห์ชีวิต
16. ห่อของขวัญสำหรับลูกค้า จำนวน 1200 กล่อง
ปัญหา
1. เขียนใบฝากเงินให้ลูกค้าผิดพลาด
2. เครื่องถ่ายเอกสารขัดข้องบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. ตรวจดูให้ดีทุกครั้งก่อน
2. ต้องทำการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
3.มีความอดทนกับการทำงานที่ได้รับ
วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 7 ระหว่างวันที่ 13-17 ธ.ค. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 4 ราย
2. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 9 ราย
3. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 3 ราย
4. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 4 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 21 เล่ม
6. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
7. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 29 ราย
8. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 21 ราย
9. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 8 ราย
10. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
11. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 3 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 2 ราย
13. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 11 ราย
14. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 4 ราย
15. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 9 ราย
ปัญหา
1. เหรียญที่ลูกค้านำมาฝากมีจำนวนเยอะมากทำให้ล่าช้า
2. การชำระค่ากรมธรรม์ค่อนข้างซับซ้อน
การแก้ไขปัญหา
1. ใช้เครื่องช่วยนับเหรียญเพื่อความรวดเร็วขึ้น
2. สอบถามพี่ที่ดูแลเพื่อการทำงานที่ดีขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
1. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 4 ราย
2. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 9 ราย
3. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 3 ราย
4. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 4 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 21 เล่ม
6. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
7. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 29 ราย
8. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 21 ราย
9. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 8 ราย
10. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
11. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 3 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 2 ราย
13. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 11 ราย
14. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 4 ราย
15. ปิดบัญชีให้ลูกค้า จำนวน 9 ราย
ปัญหา
1. เหรียญที่ลูกค้านำมาฝากมีจำนวนเยอะมากทำให้ล่าช้า
2. การชำระค่ากรมธรรม์ค่อนข้างซับซ้อน
การแก้ไขปัญหา
1. ใช้เครื่องช่วยนับเหรียญเพื่อความรวดเร็วขึ้น
2. สอบถามพี่ที่ดูแลเพื่อการทำงานที่ดีขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 6 ระหว่างวันที่ 7-9 ธ.ค. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
2. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 7 ราย
3. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 3 ราย
4. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 19 เล่ม
5. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 37 ราย
6. สร้างข้อมูลลูกค้าใหม่ จำนวน 2 ราย
7. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 6 ราย
8. ค้นหาใบลายมือชื่อในห้องเซฟ จำนวน 2 ราย
9. จัดของขวัญสำหรับลูกค้าที่จะทำประกัน
10. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
11. ตรวจสลากออมสินให้ลูกค้า จำนวน 3 ราย
12. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 1 ราย
ปัญหา
1. ใบลายมือชื่อเยอะมาก ทำให้หาได้ช้า
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้างบ่อย ๆ
การแก้ไขปัญหา
1. ค่อยค้นหา ตามเลขท้ายของบัญชี
2. จะต้อง ปิดและเปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ จึงจะหายค้าง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
2. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 7 ราย
3. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 3 ราย
4. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 19 เล่ม
5. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 37 ราย
6. สร้างข้อมูลลูกค้าใหม่ จำนวน 2 ราย
7. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 6 ราย
8. ค้นหาใบลายมือชื่อในห้องเซฟ จำนวน 2 ราย
9. จัดของขวัญสำหรับลูกค้าที่จะทำประกัน
10. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
11. ตรวจสลากออมสินให้ลูกค้า จำนวน 3 ราย
12. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 1 ราย
ปัญหา
1. ใบลายมือชื่อเยอะมาก ทำให้หาได้ช้า
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้างบ่อย ๆ
การแก้ไขปัญหา
1. ค่อยค้นหา ตามเลขท้ายของบัญชี
2. จะต้อง ปิดและเปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ จึงจะหายค้าง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 5 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. - 3 ธ.ค. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 12 ราย
2. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 4 ราย
3. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 7 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 6 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 29 เล่ม
6. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
7. สร้างข้อมูลลูกค้าใหม่ จำนวน 5 ราย
8. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 9 ราย
9. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 19 ราย
10. ค้นหาใบลายมือชื่อในห้องเซฟ จำนวน 3 ราย
11. จัดของขวัญสำหรับลูกค้าที่จะทำประกัน
12. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
13. ตรวจสลากออมสินให้ลูกค้า จำนวน 5 ราย
14. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 3 ราย
ปัญหา
1. ใบลายมือชื่อเยอะมาก ทำให้หาได้ช้า
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้างบ่อย ๆ
การแก้ไขปัญหา
1. ค่อยค้นหา ตามเลขท้ายของบัญชี
2. จะต้อง ปิดและเปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ จึงจะหายค้าง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 12 ราย
2. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 4 ราย
3. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 7 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 6 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 29 เล่ม
6. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
7. สร้างข้อมูลลูกค้าใหม่ จำนวน 5 ราย
8. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 9 ราย
9. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 19 ราย
10. ค้นหาใบลายมือชื่อในห้องเซฟ จำนวน 3 ราย
11. จัดของขวัญสำหรับลูกค้าที่จะทำประกัน
12. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
13. ตรวจสลากออมสินให้ลูกค้า จำนวน 5 ราย
14. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 3 ราย
ปัญหา
1. ใบลายมือชื่อเยอะมาก ทำให้หาได้ช้า
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้างบ่อย ๆ
การแก้ไขปัญหา
1. ค่อยค้นหา ตามเลขท้ายของบัญชี
2. จะต้อง ปิดและเปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ จึงจะหายค้าง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.มีความรอบคอบในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 4 ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
2. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 33 ราย
3. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 1 ราย
4. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 6 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 19 เล่ม
6. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 11 ราย
7. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 27 ราย
8. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 3 ราย
9. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 4 ราย
10. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
11. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 8 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 1 ราย
13. ทำบัตร ATM ให้ลูกค้า จำนวน 1 ราย
14. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 2 ราย
15. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 2 ราย
ปัญหา
1. การชำระค่ากรมธรรม์ค่อนข้างซับซ้อน
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้าง ดำเนินการต่อไม่ได้
การแก้ไขปัญหา
1. สอบถามพี่ที่ดูแลเพื่อการทำงานที่ดีขึ้น
2. ปิด/เปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ จะดำเนินการได้ปกติ
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้จักการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.มีความอดทนกับงานที่ได้รับ
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
2. เปิดบัญชีเผื่อเรียก ให้กับลูกค้า จำนวน 33 ราย
3. เปิดบัญชีประจำ ให้กับลูกค้า จำนวน 1 ราย
4. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 6 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 19 เล่ม
6. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 11 ราย
7. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 27 ราย
8. ถ่ายเอกสารหน้าสมุดบัญชีของลูกค้า จำนวน 3 ราย
9. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 4 ราย
10. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
11. ตรวจสลากออมสินให้กับลูกค้า จำนวน 8 ราย
12. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 1 ราย
13. ทำบัตร ATM ให้ลูกค้า จำนวน 1 ราย
14. ต่อสมุดบัญชีให้ลูกค้าที่สมุดบัญชีหมด จำนวน 2 ราย
15. เขียนใบโอนรางวัล จำนวน 2 ราย
ปัญหา
1. การชำระค่ากรมธรรม์ค่อนข้างซับซ้อน
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้าง ดำเนินการต่อไม่ได้
การแก้ไขปัญหา
1. สอบถามพี่ที่ดูแลเพื่อการทำงานที่ดีขึ้น
2. ปิด/เปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ จะดำเนินการได้ปกติ
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้จักการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.มีความอดทนกับงานที่ได้รับ
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 3 ระหว่างวันที่ 15-19 พ.ย. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 17 ราย
2. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
3. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 2 ราย
4. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 25 เล่ม
5. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 2 ราย
6. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
7. ค้นหาใบลายมือชื่อในห้องเซฟ จำนวน 3 ราย
8. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
9. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 2 ราย
10. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 1 ราย
11. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
12. ตรวจสลาก จำนวน 7 ราย
13. ปั๊มตราสาขาบางพลัดลงในสมุดบัญชี จำนวน 50 เล่ม
14. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 1 ราย
ปัญหา
1. เขียนในถอนเงินให้ลูกค้าผิด
การแก้ไขปัญหา
1. ก่อนเขียนตรวจสอบดูชื่อลูกค้าให้เรียบร้อยก่อนเขียน
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 17 ราย
2. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 20 ราย
3. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 2 ราย
4. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 25 เล่ม
5. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 2 ราย
6. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
7. ค้นหาใบลายมือชื่อในห้องเซฟ จำนวน 3 ราย
8. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 15 ราย
9. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 2 ราย
10. ชำระค่ากรมธรรม์ จำนวน 1 ราย
11. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
12. ตรวจสลาก จำนวน 7 ราย
13. ปั๊มตราสาขาบางพลัดลงในสมุดบัญชี จำนวน 50 เล่ม
14. เขียนในคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล จำนวน 1 ราย
ปัญหา
1. เขียนในถอนเงินให้ลูกค้าผิด
การแก้ไขปัญหา
1. ก่อนเขียนตรวจสอบดูชื่อลูกค้าให้เรียบร้อยก่อนเขียน
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 2 ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ย. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 11 ราย
2. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 5 ราย
3. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 9 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 12 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 25 เล่ม
6. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 12 ราย
7. สร้างข้อมูลลูกค้าใหม่ จำนวน 4 ราย
8. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 5 ราย
9. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 4 ราย
10. ค้นหาใบลายมือชื่อในห้องเซฟ จำนวน 2 ราย
11. จัดของขวัญสำหรับลูกค้าที่จะทำประกัน
12. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
13. ตรวจสลากออมสินให้ลูกค้า จำนวน 5 ราย
14. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 1 ราย
ปัญหา
1. ใบลายมือชื่อเยอะมาก ทำให้หาได้ช้า
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้างบ่อย ๆ
การแก้ไขปัญหา
1. ค่อยค้นหา ตามเลขท้ายของบัญชี
2. จะต้อง ปิดและเปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ จึงจะหายค้าง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
1. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 11 ราย
2. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 5 ราย
3. เปิดบัญชีสลากให้หับลูกค้าที่มาเปิดบัญชีสลากใหม่ จำนวน 9 ราย
4. เขียนใบถอนเงิน/ฝากเงิน ให้กับลูกค้า จำนวน 12 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 25 เล่ม
6. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 12 ราย
7. สร้างข้อมูลลูกค้าใหม่ จำนวน 4 ราย
8. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 5 ราย
9. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 4 ราย
10. ค้นหาใบลายมือชื่อในห้องเซฟ จำนวน 2 ราย
11. จัดของขวัญสำหรับลูกค้าที่จะทำประกัน
12. เขียนบันทึกแบบคำขอเปิดบัญชีเผื่อเรียก
13. ตรวจสลากออมสินให้ลูกค้า จำนวน 5 ราย
14. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 1 ราย
ปัญหา
1. ใบลายมือชื่อเยอะมาก ทำให้หาได้ช้า
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้างบ่อย ๆ
การแก้ไขปัญหา
1. ค่อยค้นหา ตามเลขท้ายของบัญชี
2. จะต้อง ปิดและเปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ จึงจะหายค้าง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
รายงานการปฏิบัติงาน สัปดาห์ที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-5 พ.ย. 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
1. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 10 ราย
2. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 9 ราย
3. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 5 ราย
4. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 20 เล่ม
6. ทำบอร์ด เงินฝาก, สินเชื่อ และ สลากออมสิน จำนวน 3 บอร์ด
7. จัดเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม จำนวน 40 แฟ้ม
8. ปั้มตรา สาขาบางพลัด ลงในใบฝากเงิน,ถอนเงิน จำนวน 400 ใบ
9. ค้นหาเอกสารของลูกค้าใน ห้องเซฟ จำนวน 3 ราย
10. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 5 ราย
11. ช่วยลูกค้าเขียนใบฝาก/ถอนเงิน จำนวน 4 ราย
12. เปิดบัญชีสลากออมสิน จำนวน 4 ราย
13. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 1 ราย
ปัญหา
1. ไม่ค่อยเข้าใจการเปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้างบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. สอบถามพี่ๆ พนักงานเพื่อจะได้มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น
2. ต้อง ปิด/เปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ ถึงจะใช้ได้ปกติ
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
1. เปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า จำนวน 10 ราย
2. ปิดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 9 ราย
3. เขียนใบถอนสลากออมสิน/ฝากสลากออมสิน ให้กับลูกค้า จำนวน 5 ราย
4. นับเหรียญ ให้กับลูกค้าที่นำมาฝาก จำนวน 10 ราย
5. ปรับสมุดบัญชี ให้กับลูกค้า จำนวน 20 เล่ม
6. ทำบอร์ด เงินฝาก, สินเชื่อ และ สลากออมสิน จำนวน 3 บอร์ด
7. จัดเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม จำนวน 40 แฟ้ม
8. ปั้มตรา สาขาบางพลัด ลงในใบฝากเงิน,ถอนเงิน จำนวน 400 ใบ
9. ค้นหาเอกสารของลูกค้าใน ห้องเซฟ จำนวน 3 ราย
10. ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 5 ราย
11. ช่วยลูกค้าเขียนใบฝาก/ถอนเงิน จำนวน 4 ราย
12. เปิดบัญชีสลากออมสิน จำนวน 4 ราย
13. ชำระกรมธรรม์ จำนวน 1 ราย
ปัญหา
1. ไม่ค่อยเข้าใจการเปิดบัญชีใหม่ ให้กับลูกค้า
2. เครื่องถ่ายเอกสารค้างบ่อย
การแก้ไขปัญหา
1. สอบถามพี่ๆ พนักงานเพื่อจะได้มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น
2. ต้อง ปิด/เปิด เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ ถึงจะใช้ได้ปกติ
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้ถึงการทำงานอย่างเป็นระบบ
2.รู้จักการตรงต่อเวลา
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ลูกแรดเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ
ุสิ่งที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
1. การมีความรับผิดชอบมากขึ้น
2. ทำให้รู้คุณค่าของเวลา ตรงต่อเวลามากขึ้น
3. ทำให้รู้ถึงการทำงานร่วมกับคนจำนวนมาก
4. ทำให้ข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมงานมีความรู้รักสามัคคี
5. ทำให้ข้าพเจ้ามีการทำงานอย่างมีระบบ
6. มีระเบียบวินัยมากขึ้น
7. ทำให้มีการแต่งการที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎระเบียบ
8. มีความรอบคอบในการเเก้ไขปัญหามากขึ้น
9. สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพการงานในอนาคต
1. การมีความรับผิดชอบมากขึ้น
2. ทำให้รู้คุณค่าของเวลา ตรงต่อเวลามากขึ้น
3. ทำให้รู้ถึงการทำงานร่วมกับคนจำนวนมาก
4. ทำให้ข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมงานมีความรู้รักสามัคคี
5. ทำให้ข้าพเจ้ามีการทำงานอย่างมีระบบ
6. มีระเบียบวินัยมากขึ้น
7. ทำให้มีการแต่งการที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎระเบียบ
8. มีความรอบคอบในการเเก้ไขปัญหามากขึ้น
9. สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพการงานในอนาคต
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS11 - 15/09/2552
สรุป Sorting (ต่อ)
การเรียงลำดับแบบเร็ว (Quick sort) เป็นการเรียงลำดับที่ใช้วเลาน้อยเหมาะสำรับข้อมูลที่มีจำนวนมากที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงาน
การเรียงลำดับแบบแทรก (insertion sort) เป็นวิธีที่ทำการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไปในเซต ที่มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับอยู่แล้ว และทำให้เซตใหม่ มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับด้วย วิธีการเรียงลำดับ
1.เริ่มต้นเปรียบเทียบจากข้อมูลในตำแหน่งที่ 1 กับ 2 หรือข้อมูลในตำแหน่งสุดท้ายและรองสุดท้ายก็ได้
ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
2.จะต้องจัดให้ข้อมูลที่มีค่าน้อยอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่ามาก และถ้าเรียงจากมากไปน้อยก็จะจัดให้ข้อมูลที่มีค่ามากอยู่ในตำแหน่งก่อน
การเรียงลำดับแบบฐาน (radix sort)เป็นการเรียงลำดับโดยการพิจารณาข้อมูลทีละหลัก
1.เริ่มพิจารณาจากหลักที่มีค่าน้อยที่สุดก่อน คือ ถ้าเป็นข้อมูลเป็นเลขจำนวนเต็มจะพิจารณาหลักหน่อยก่อน
2.การจัดเรียงจะนำข้อมูลเข้ามาทีละตัว และนำไปเก็บไว้ที่ซึ่งจัดไว้สำหรับค่านั้น เป็นกลุ่มๆ ตามลำดับการเข้ามา
3.ในแต่ละรอบเมื่อจัดกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ให้รวบรวมข้อมูลจากทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน โดยเริ่มเรียงจากกลุ่มที่มีค่าน้อยที่สุดก่อนแล้วเรียงไปเรื่อยๆ จนหมดทุกกลุ่ม
4.ในรอบต่อไปนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จัดเรียงในหลักหน่วยเรียบร้อยแล้วมาพิจารณาจัดเรียงในหลักสิบต่อไป ทำไปเรื่อยๆ จนครบทุกหลักจะได้ข้อมูลที่เรียงลำดับจากน้อยไปมากตามต้องการ
การเรียงลำดับแบบฐานมีวิธีการที่ไม่ซับซ้อนแต่ค่อนข้างใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำมาก เนื่องจากการจัดเรียงแต่ละรอบจะต้องเตรียมเนื้อที่สำหรับสร้างที่เก็บข้อมูลในแต่ละกลุ่ม
ตารางแฮช (Hash Table)
ฟังก์ชั่น แฮช จะทำงานแบบสุ่ม การที่แทรกคีย์ในตาราง ที่จัดเก็บนั้นมีโอกาสที่คีย์ที่ถูกสร้างจากฟังก์ชั่น ในช่องเดียวกันตามการเกิดการชนกันก็ยังคงต้องมีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
วิธีการในการรองรับกรชนกันของตารางแฮช คือ
-การทำแบ่งห่วงโซ่ (Chaining)
-แบบการเปิดที่อยู่ (Open Addressing)
การแก้ไขปัญหาชนกันของข้อมูลแบบห่วงโซ่ (Chaining)
1.กรณีที่เลวร้ายที่สุด ในการแทรกข้อมูลคือ o(1)
2.การลบสมาชิก สามารถทำได้ด้วยเวลาที่น้อยที่สุดของ o(1)
ทางปฏิบัติ ใช้เทคนิค ฮิวริสติก (Heuristic) ในการสร้างฟังก์ชั่นแฮช แนวทางหนึ่งที่ดี คือ การแปลงค่าของข้อมูลที่มีอยู่แล้วด้วยข้อมูลที่มีอยู่ (วิธีการหาร : Division method)
วิธีการสร้างฟังก์ชั่นแฮช
1.วิธีการหาร (The Division Method)
2.วิธีการคูณ (The Multiplication Method)
3.วิธีทั่วไป (Universal hsahing)
เทคนิคลำดับการตรวจสอบ
1.การตรวจสอบเชิงเส้น (Linear Probing)
2.การตรวจสอบด้วยสมการกำลังสอง (Quadratic Probing)
3.การสร้างฟังก์ชันแฮชแบบสองเท่า (Double Hashing)
การเรียงลำดับแบบเร็ว (Quick sort) เป็นการเรียงลำดับที่ใช้วเลาน้อยเหมาะสำรับข้อมูลที่มีจำนวนมากที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงาน
การเรียงลำดับแบบแทรก (insertion sort) เป็นวิธีที่ทำการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไปในเซต ที่มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับอยู่แล้ว และทำให้เซตใหม่ มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับด้วย วิธีการเรียงลำดับ
1.เริ่มต้นเปรียบเทียบจากข้อมูลในตำแหน่งที่ 1 กับ 2 หรือข้อมูลในตำแหน่งสุดท้ายและรองสุดท้ายก็ได้
ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
2.จะต้องจัดให้ข้อมูลที่มีค่าน้อยอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่ามาก และถ้าเรียงจากมากไปน้อยก็จะจัดให้ข้อมูลที่มีค่ามากอยู่ในตำแหน่งก่อน
การเรียงลำดับแบบฐาน (radix sort)เป็นการเรียงลำดับโดยการพิจารณาข้อมูลทีละหลัก
1.เริ่มพิจารณาจากหลักที่มีค่าน้อยที่สุดก่อน คือ ถ้าเป็นข้อมูลเป็นเลขจำนวนเต็มจะพิจารณาหลักหน่อยก่อน
2.การจัดเรียงจะนำข้อมูลเข้ามาทีละตัว และนำไปเก็บไว้ที่ซึ่งจัดไว้สำหรับค่านั้น เป็นกลุ่มๆ ตามลำดับการเข้ามา
3.ในแต่ละรอบเมื่อจัดกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ให้รวบรวมข้อมูลจากทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน โดยเริ่มเรียงจากกลุ่มที่มีค่าน้อยที่สุดก่อนแล้วเรียงไปเรื่อยๆ จนหมดทุกกลุ่ม
4.ในรอบต่อไปนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จัดเรียงในหลักหน่วยเรียบร้อยแล้วมาพิจารณาจัดเรียงในหลักสิบต่อไป ทำไปเรื่อยๆ จนครบทุกหลักจะได้ข้อมูลที่เรียงลำดับจากน้อยไปมากตามต้องการ
การเรียงลำดับแบบฐานมีวิธีการที่ไม่ซับซ้อนแต่ค่อนข้างใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำมาก เนื่องจากการจัดเรียงแต่ละรอบจะต้องเตรียมเนื้อที่สำหรับสร้างที่เก็บข้อมูลในแต่ละกลุ่ม
ตารางแฮช (Hash Table)
ฟังก์ชั่น แฮช จะทำงานแบบสุ่ม การที่แทรกคีย์ในตาราง ที่จัดเก็บนั้นมีโอกาสที่คีย์ที่ถูกสร้างจากฟังก์ชั่น ในช่องเดียวกันตามการเกิดการชนกันก็ยังคงต้องมีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
วิธีการในการรองรับกรชนกันของตารางแฮช คือ
-การทำแบ่งห่วงโซ่ (Chaining)
-แบบการเปิดที่อยู่ (Open Addressing)
การแก้ไขปัญหาชนกันของข้อมูลแบบห่วงโซ่ (Chaining)
1.กรณีที่เลวร้ายที่สุด ในการแทรกข้อมูลคือ o(1)
2.การลบสมาชิก สามารถทำได้ด้วยเวลาที่น้อยที่สุดของ o(1)
ทางปฏิบัติ ใช้เทคนิค ฮิวริสติก (Heuristic) ในการสร้างฟังก์ชั่นแฮช แนวทางหนึ่งที่ดี คือ การแปลงค่าของข้อมูลที่มีอยู่แล้วด้วยข้อมูลที่มีอยู่ (วิธีการหาร : Division method)
วิธีการสร้างฟังก์ชั่นแฮช
1.วิธีการหาร (The Division Method)
2.วิธีการคูณ (The Multiplication Method)
3.วิธีทั่วไป (Universal hsahing)
เทคนิคลำดับการตรวจสอบ
1.การตรวจสอบเชิงเส้น (Linear Probing)
2.การตรวจสอบด้วยสมการกำลังสอง (Quadratic Probing)
3.การสร้างฟังก์ชันแฮชแบบสองเท่า (Double Hashing)
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS10 - 08/09/2552
สรุป กราฟ (Graph) ต่อ
การท่องไปในกราฟ (Graph traversal) คือ การเข้าไปเยือนโหนดในกราฟ หลักการทำงาน คือ แต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว
เทคนิคการท่องไปในกราฟมี 2 แบบ
1.การท่องแบบกว้าง (Breadth First Traversal) โดยเลือกโหนดที่เป็นจุดเริ่มต้น ต่อมาให้เยือนโหนดอื่นที่ใกล้กันกับโหนดเริ่มต้นที่ละระดับ จนเยือนหมดทุกโหนดในกราฟ (แบบคิว)
2.การท่องแบบลึก (Depth First Traversal) คล้ายกับการท่องทีละระดับของทรี กำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกและเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีจนไปสู่ปลายวิถี จากนั้นย้อนกลับ (backtrack) ตามแนววิถีเดิม จนสามารถดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่แนววิถีอื่นๆ เพื่อเยือนโหนดอื่นๆ ต่อไปจนครบทุกโหนด (แบบสแตก)
สรุป Sorting
การเรียงลำดับ (sorting) เป็นการจัดให้เป็นระเบียบ มีแบบแผน ช่วยให้การค้นหาสิ่งของหรือข้อมูล สามารถทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การเรียงลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเลือกวิธีการเรียงลำดับที่ดีและเหมาะสมกับระบบงาน
1.เวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการเขียนโปรแกรม
2.เวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้ในการทำงานตามโปรแกรมที่เขียน
3.จำนวนเนื้อที่ในหน่วยความจำหลักมีเพียงพอหรือไม่วิธีการเรียงลำดับ มีหลายวิธีที่สามารถใช้ในการเรียงลำดับข้อมูลได้
วิธีการเรียงลำดับแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.การเรียงลำดับภายใน (internal sorting) เป็นการเรียงลำดับที่ข้อมูลทั้งหมดต้องอยู่ในหน่วยความจำหลัก
2.การเรียงลำดับแบบภายนอก (external sorting) เป็นการเรียนลำดับข้อมูลที่เก็บอยู่ในหน่วยความจำสำรอง เป็นการเรียงลำดับข้อมูลในแฟ้มข้อมูล (file)
การเรียงลำดับแบบเลือก (selection sort)
ข้อมูลจะอยู่ทีละตัว โดยทำการค้นหาข้อมูลในแต่ละรอบแบบเรียงลำดับ ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
1.ในรอบแรกจะทำการค้นหาข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยที่สุดมาเก็บไว้ที่ตำแหน่งที่ 1
2.ในรอบที่สองนำข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยรองลงมาไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งที่สอง
3.ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบทุกค่า ในที่สุดจะได้ข้อมูลเรียงลำดับจากน้อยไปมากตามที่ต้องการการจัดเรียงลำดับแบบเลือกเป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมา แต่มีข้อเสียตรงที่ใช้เวลาในการจัดเรียงนาน เพราะแต่ละรอบต้องเปรียบเอียบกับข้อมูลทุกตัว
การเรียงลำดับแบบฟอง (Bubble Sort)
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่มีการเปรียบเทียบข้อมูลในตำแหน่งที่อยู่ติดกัน
1.ถ้าข้อมูลทั้งสองไม่อยู่ในลำดับที่ถูกต้องให้สลับตำแหน่งที่อยู่กัน
2.ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมากให้นำข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่ามาก ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากมากไปน้อยให้นำข้อมูล ตัวที่มีค่ามากกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่าน้อยการจัดเรียงลำดับแบบฟองเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนมาก เป็นวิธีการเรียงลำดับที่นิยมใช้กันมากเพราะมีรูปแบบที่เข้าใจง่าย
การท่องไปในกราฟ (Graph traversal) คือ การเข้าไปเยือนโหนดในกราฟ หลักการทำงาน คือ แต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว
เทคนิคการท่องไปในกราฟมี 2 แบบ
1.การท่องแบบกว้าง (Breadth First Traversal) โดยเลือกโหนดที่เป็นจุดเริ่มต้น ต่อมาให้เยือนโหนดอื่นที่ใกล้กันกับโหนดเริ่มต้นที่ละระดับ จนเยือนหมดทุกโหนดในกราฟ (แบบคิว)
2.การท่องแบบลึก (Depth First Traversal) คล้ายกับการท่องทีละระดับของทรี กำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกและเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีจนไปสู่ปลายวิถี จากนั้นย้อนกลับ (backtrack) ตามแนววิถีเดิม จนสามารถดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่แนววิถีอื่นๆ เพื่อเยือนโหนดอื่นๆ ต่อไปจนครบทุกโหนด (แบบสแตก)
สรุป Sorting
การเรียงลำดับ (sorting) เป็นการจัดให้เป็นระเบียบ มีแบบแผน ช่วยให้การค้นหาสิ่งของหรือข้อมูล สามารถทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การเรียงลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเลือกวิธีการเรียงลำดับที่ดีและเหมาะสมกับระบบงาน
1.เวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการเขียนโปรแกรม
2.เวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้ในการทำงานตามโปรแกรมที่เขียน
3.จำนวนเนื้อที่ในหน่วยความจำหลักมีเพียงพอหรือไม่วิธีการเรียงลำดับ มีหลายวิธีที่สามารถใช้ในการเรียงลำดับข้อมูลได้
วิธีการเรียงลำดับแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.การเรียงลำดับภายใน (internal sorting) เป็นการเรียงลำดับที่ข้อมูลทั้งหมดต้องอยู่ในหน่วยความจำหลัก
2.การเรียงลำดับแบบภายนอก (external sorting) เป็นการเรียนลำดับข้อมูลที่เก็บอยู่ในหน่วยความจำสำรอง เป็นการเรียงลำดับข้อมูลในแฟ้มข้อมูล (file)
การเรียงลำดับแบบเลือก (selection sort)
ข้อมูลจะอยู่ทีละตัว โดยทำการค้นหาข้อมูลในแต่ละรอบแบบเรียงลำดับ ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
1.ในรอบแรกจะทำการค้นหาข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยที่สุดมาเก็บไว้ที่ตำแหน่งที่ 1
2.ในรอบที่สองนำข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยรองลงมาไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งที่สอง
3.ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบทุกค่า ในที่สุดจะได้ข้อมูลเรียงลำดับจากน้อยไปมากตามที่ต้องการการจัดเรียงลำดับแบบเลือกเป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมา แต่มีข้อเสียตรงที่ใช้เวลาในการจัดเรียงนาน เพราะแต่ละรอบต้องเปรียบเอียบกับข้อมูลทุกตัว
การเรียงลำดับแบบฟอง (Bubble Sort)
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่มีการเปรียบเทียบข้อมูลในตำแหน่งที่อยู่ติดกัน
1.ถ้าข้อมูลทั้งสองไม่อยู่ในลำดับที่ถูกต้องให้สลับตำแหน่งที่อยู่กัน
2.ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมากให้นำข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่ามาก ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากมากไปน้อยให้นำข้อมูล ตัวที่มีค่ามากกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่าน้อยการจัดเรียงลำดับแบบฟองเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนมาก เป็นวิธีการเรียงลำดับที่นิยมใช้กันมากเพราะมีรูปแบบที่เข้าใจง่าย
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS09 - 01/09/2552
สรุป Tree(ต่อ)
เอ็กซ์เพรสชันทรี (Expression Tree)การนำเอาโครงสร้างทรีไปใช้เก็บนิพจน์ทางคณิตศาสตร์
ลำดับขั้นตอนการคำนวณความสำคัญของเครื่องหมายมีดังนี้
-ฟังก์ชัน
-วงเล็บ
-ยกกำลัง
-เครื่องหมายหน้าเลขจำนวน(unary)
-คูณ หรือ หาร
-บวก หรือลบ
-ถ้ามีเครื่องหมายที่ระดับเดียวกันให้ทำจากซ้ายไปขวา
สรุป กราฟ (Graph)
กราฟ (Graph) โครงสร้างข้อมูลแบบไม่ใช่เชิงเส้น นำไปใช้แก้ปัญหาที่ค่อนข้างซ้บซ้นอ เช่น การวางข่าย งานคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์เส้นทางวิกฤติ และปัญหาเส้นทางที่สั้นที่สุด เป็นต้น
นิยามของกราฟ
กราฟ เป็นโครสร้างข้อมูบแบบไม่ใช่เชิงเส้น ที่ประกอบ
1.โหนด (Nodes) หรือเวอร์เทกซ์ (Vertexes)
2.เส้นเชื่อมระหว่างโหนด เรียก เอ็จ (Edges)
-กราฟที่มีเอ็จเชื่อมระหว่างโหนดสองโหนด ถ้าเอ็จไม่มีลำดับ ความสัมพันธ์จะเรียกกราฟนั้นว่า กราฟแบบไม่มีทิศทาง
-ถ้ากราฟมีเอ็จที่มีลำดับความสัมพันธ์หรือมีทิศทางกำกับด้วยเรียกกราฟว่า กราฟแบบมีทิศทาง บางครั้งเรียกว่า ไดกราฟ
-การเขียนกราฟแสดงโหนดและเส้นเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโหนดไม่มีรูปแบบที่ตายตัว
-เขียนกราฟเพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่สนใจแทนโหนดด้วยจุด (pointes) หรือวงกลม (circles) ที่มีชื่อหรือข้อมูลกำกับ
ลักษณะของกราฟ
-กราฟที่มีลักษณะต่อเนื่อง (Connected) เป็นกราฟที่มีเส้นทางเชื่อมจากโหนดใดๆ ไปยังโหนดอื่นเสมอ
-กราฟที่มีลักษณะเป็นวิถี (Path) มีเส้นเชื่อมไปยังโหนดต่างๆ อย่างเป็นลำดับ โดยแต่ละโหนดจะเป็นโหนดที่ใกล้กันกับโหนดที่อยู่ถัดไป
-กราฟที่เป็นวัฎจักร (Cycle) ต้องมีอย่างน้อย 3 โหนด ที่โหนดสุดท้ายต้องเชื่อมกับโหนดแรก
-กราฟที่มีลักษณะไม่ต่อเนื่อง (Disconnected) ไม่มีเส้นทางเชื่อมจากโหนด 3 ไปยังโหนดอื่นเลยกราฟแบบมีทิศทาง เป็นเซตแบบจำกัดของโหนดและเอ็จ โดยเซตจะว่างไม่มีโหนดหรือเอ็จเลยเป็นกราฟว่าง (Empty Graph)รูปแบบของกราฟแบบมีทิศทางเหมือนกับรูปแบบของกราฟไม่มีทิศทาง ต่างกันตรงที่กราฟแบนี้จะทิศทางกำกับด้วยเท่านั้น
การแทนกราฟในหน่วยความจำ
สิ่งที่ต้องจัดเก็บ จากกราฟทั่วไป คือ เอ็จ เป็นเส้นเชื่อมระหว่างโหนดสองโหนด มีวิธีเก็บหลายวิธี แต่วิธีที่ง่าย คือ การเก็บเอ็จในแถวลำดับ 2 มิติ แต่จะค่อนข้างเปลืองเนื้องที่ เพราะมีบางเอ็จที่เก็บซ้ำ แก้ไขปัญหานี้โดยใช้แถวลำดับ 2 มิติเก็บโหนด และพอยเตอร์ชี้ไปยังตำแหน่งของโหนดที่สัมพันธ์ และใช้แถวลำดับ 1 มิติเก็บโหนดต่างๆ ที่สัมพันธ์กับโหนดในแถวลำดับ 2 มิติ การใช้วิธีนี้ไม่เหมาะกับกราฟที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กราฟที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอาจจะใช้วิธีแอดจาเซนซีลิสต์ คล้ายกับวิธีจัดเก็บกราฟแต่ต่างกัยตรงที่ใช้ลิงค์ลิสต์แทนเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
เอ็กซ์เพรสชันทรี (Expression Tree)การนำเอาโครงสร้างทรีไปใช้เก็บนิพจน์ทางคณิตศาสตร์
ลำดับขั้นตอนการคำนวณความสำคัญของเครื่องหมายมีดังนี้
-ฟังก์ชัน
-วงเล็บ
-ยกกำลัง
-เครื่องหมายหน้าเลขจำนวน(unary)
-คูณ หรือ หาร
-บวก หรือลบ
-ถ้ามีเครื่องหมายที่ระดับเดียวกันให้ทำจากซ้ายไปขวา
สรุป กราฟ (Graph)
กราฟ (Graph) โครงสร้างข้อมูลแบบไม่ใช่เชิงเส้น นำไปใช้แก้ปัญหาที่ค่อนข้างซ้บซ้นอ เช่น การวางข่าย งานคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์เส้นทางวิกฤติ และปัญหาเส้นทางที่สั้นที่สุด เป็นต้น
นิยามของกราฟ
กราฟ เป็นโครสร้างข้อมูบแบบไม่ใช่เชิงเส้น ที่ประกอบ
1.โหนด (Nodes) หรือเวอร์เทกซ์ (Vertexes)
2.เส้นเชื่อมระหว่างโหนด เรียก เอ็จ (Edges)
-กราฟที่มีเอ็จเชื่อมระหว่างโหนดสองโหนด ถ้าเอ็จไม่มีลำดับ ความสัมพันธ์จะเรียกกราฟนั้นว่า กราฟแบบไม่มีทิศทาง
-ถ้ากราฟมีเอ็จที่มีลำดับความสัมพันธ์หรือมีทิศทางกำกับด้วยเรียกกราฟว่า กราฟแบบมีทิศทาง บางครั้งเรียกว่า ไดกราฟ
-การเขียนกราฟแสดงโหนดและเส้นเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโหนดไม่มีรูปแบบที่ตายตัว
-เขียนกราฟเพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่สนใจแทนโหนดด้วยจุด (pointes) หรือวงกลม (circles) ที่มีชื่อหรือข้อมูลกำกับ
ลักษณะของกราฟ
-กราฟที่มีลักษณะต่อเนื่อง (Connected) เป็นกราฟที่มีเส้นทางเชื่อมจากโหนดใดๆ ไปยังโหนดอื่นเสมอ
-กราฟที่มีลักษณะเป็นวิถี (Path) มีเส้นเชื่อมไปยังโหนดต่างๆ อย่างเป็นลำดับ โดยแต่ละโหนดจะเป็นโหนดที่ใกล้กันกับโหนดที่อยู่ถัดไป
-กราฟที่เป็นวัฎจักร (Cycle) ต้องมีอย่างน้อย 3 โหนด ที่โหนดสุดท้ายต้องเชื่อมกับโหนดแรก
-กราฟที่มีลักษณะไม่ต่อเนื่อง (Disconnected) ไม่มีเส้นทางเชื่อมจากโหนด 3 ไปยังโหนดอื่นเลยกราฟแบบมีทิศทาง เป็นเซตแบบจำกัดของโหนดและเอ็จ โดยเซตจะว่างไม่มีโหนดหรือเอ็จเลยเป็นกราฟว่าง (Empty Graph)รูปแบบของกราฟแบบมีทิศทางเหมือนกับรูปแบบของกราฟไม่มีทิศทาง ต่างกันตรงที่กราฟแบนี้จะทิศทางกำกับด้วยเท่านั้น
การแทนกราฟในหน่วยความจำ
สิ่งที่ต้องจัดเก็บ จากกราฟทั่วไป คือ เอ็จ เป็นเส้นเชื่อมระหว่างโหนดสองโหนด มีวิธีเก็บหลายวิธี แต่วิธีที่ง่าย คือ การเก็บเอ็จในแถวลำดับ 2 มิติ แต่จะค่อนข้างเปลืองเนื้องที่ เพราะมีบางเอ็จที่เก็บซ้ำ แก้ไขปัญหานี้โดยใช้แถวลำดับ 2 มิติเก็บโหนด และพอยเตอร์ชี้ไปยังตำแหน่งของโหนดที่สัมพันธ์ และใช้แถวลำดับ 1 มิติเก็บโหนดต่างๆ ที่สัมพันธ์กับโหนดในแถวลำดับ 2 มิติ การใช้วิธีนี้ไม่เหมาะกับกราฟที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กราฟที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอาจจะใช้วิธีแอดจาเซนซีลิสต์ คล้ายกับวิธีจัดเก็บกราฟแต่ต่างกัยตรงที่ใช้ลิงค์ลิสต์แทนเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552
IOSTREAM
#include < iostream.h >
#include < conio.h >
void main()
{
int number1,number2;
float x,y,z;
number1=20;
number2=30;
x=25.25; y=30.05; z=10.75;
clrscr();
cout<< "Program Display Mathmetic calculation"<< endl;
cout<< "number1 = " << number1 << endl;
cout<< "number2 = " << number2 << endl;
cout<< "number1 + number2 = "<< number1+number2 << endl;
cout<< "number1 - number2 = "<< number1-number2 << endl;
cout<< "x+y+z = "<< x+y+z << endl;
cout<< "x*y*z = " << x*y*z << endl;
cout<< "50*25*12.5 = " << 50*25*12.5 << endl;
getch();
}
#include < conio.h >
void main()
{
int number1,number2;
float x,y,z;
number1=20;
number2=30;
x=25.25; y=30.05; z=10.75;
clrscr();
cout<< "Program Display Mathmetic calculation"<< endl;
cout<< "number1 = " << number1 << endl;
cout<< "number2 = " << number2 << endl;
cout<< "number1 + number2 = "<< number1+number2 << endl;
cout<< "number1 - number2 = "<< number1-number2 << endl;
cout<< "x+y+z = "<< x+y+z << endl;
cout<< "x*y*z = " << x*y*z << endl;
cout<< "50*25*12.5 = " << 50*25*12.5 << endl;
getch();
}
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552
DTS08 - 25/08/2552
สรุปเรื่อง Tree
ทรี (Tree) เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ความสัมพันธ์ระหว่าง โหนดจะมีความสัมพันธ์ลดหลั่นกันเป็นลำดับชั้น เช่น แผนผังองค์ประกอบของหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น
โหนดมีความสัมพันธ์กับโหนดในระดับต่ำลงมา หนึ่งระดับได้หลายๆ โหนด เรียกว่าโหนดว่า โหนดแม่ (Parent or Mother Node)โหนดที่อยู่ต่ำกว่าโหนดแม่อยู่หนึ่งระดับเรียกว่า โหนดลูก (Child or Son Node)
โหนดที่อยู่ในระดับสูงสุดและไม่มีโหนดแม่เรียกว่า โหนดราก (Root Node)
โหนดที่มีโหนดแม่เป็นโหนดเดียวกันเรียกว่า โหนดพี่น้อง (Siblings)
โหนดที่ไมมีโหนดลูกเรียกว่า โหนดใบ (Leave Node)
เส้นเชื่อมแสดงความสัมพันธ์ระหว่างโหนดสองโหนดเรียกว่า กิ่ง (Branch)
นิยามของทรี
1.)นิยามทรีด้วยนิยามของกราฟ ทรี คือ กราฟที่ต่อเนื่องโดยไม่มีวงจรปิด (loop) ในโครงสร้าง
การเขียนรูปแบบทรี เขียนได้ 4 แบบ คือ
1.แบบที่มีรากอยู่ด้านบน
2.แบบที่มีรากอยู่ด้านล่าง
3.แบบที่มีรากอยู่ด้านซ้าย
4.แบบที่มีรากอยู่ด้านขวา
2.)นิยามทรีด้วยรูปแบบรีเครอร์ซีฟทรี ประกอบด้วยสมาชิกที่เรียกว่า โหนด โดยที่ถ้าว่างไม่มีโหนดใดๆ เรียกว่า นัลทรี (Null Tree) และถ้ามีโหนดหนึ่งเป็นโหนดราก ส่วนที่เหลือจะแบ่งเป็น ทรีย่อย (Sub Tree)
นิยามที่เกี่ยวข้องกับทรี
1.ฟอร์เรสต์ (Forest) หมายถึง กลุ่มของทรีที่เกิดจากการเอาโหนดรากของทรีออกหรือเซตของทรีที่แยกจากัน (Disjoint Trees)
2.ทรีที่มีแบบแผน (Ordered Tree) หมายถึง ทรีที่โหนดต่างๆ ในทรีนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นอน เช่น ไปทางขวา ไปทางซ้าย เป็นต้น
3.ทรีคล้าย (Similar Tree) คือ ทรีที่มีโครงสร้างเหมือนกัน หรือทรีที่มีรูปร่างของทรีเหมือนกัน โดยไม่คำนึงถึงข้อมูลที่อยู่ในแต่ละโหนด
4.ทรีเหมือน (Equivalent Tree) คือ ทรีที่เหมือนกันโดยสมบูรณ์ โดยต้องเป็นทรีที่คล้ายกันและแต่ละโหนดในตำแหน่งเดียวกันมีข้อมูลเหมือนกัน
5.กำลัง (Degree) หมายถึง จำนวนทรีย่อยของโหนดนั้นๆ
6.ระดับของโหนด (Level of Node) คือ ระยะทางในแนวดิ่งของโหนดนั้นๆ
การแทนที่ทรีในหน่วยความจำหลัก
การแทนที่โครงสร้างข้อมูลแบบทรีในความจำหลักจะมีพอยเตอร์เชื่อมโยงจากโหนดแม่ไปยังโหนดลูก การแทนที่ทรี แต่ละโหนดมีจำนวนลิงค์ฟิลด์ไม่เท่ากัน วิธีการแทนที่ง่ายที่สุด คือ ทำให้แต่ละโหนดมีจำนวนลิงค์ฟิลด์ที่เท่ากัน โดย
1.โหนดแต่ละโหนดเก็บพอยเตอร์ชี้ไปยังโหนดลูกทุกโหนด
2.แทนทรีด้วยไบนารีทรี โดยกำหนดให้แต่ละโหนดมีจำนวนลิงค์ฟิลด์สองลิงค์ฟิลด์
- ลิงค์ฟิลด์แรกเก็บที่อยู่ของโหนดลูกคนโต
- ลิงค์ฟิลด์ที่สองเก็บที่อยู่ของโหนดพี่น้องที่เป็นโหนดถัดไป โหนดใดไม่มีโหนดลูกหรือไม่มีโหนดพี่น้องให้ค่าพอยเตอร์ในลิงค์ฟิลด์มีค่าเป็น Null
โครงสร้างทรีที่แต่ละโหนดมีจำนวนโหนดลูดไม่เกินสองหรือแต่ละโหนดมีจำนวนทรีย่อยไม่เกินสองนี้ว่า ไบนารีทรี (Binary Tree)ไบนารีทรีที่ทุกๆ โหนดมีทรีย่อยทางซ้ายและทรีย่อยทางขวา ยกเว้นโหนดใบ และโหนดใบทุกโหนดจะต้องอยู่ที่ระดับเดียวกัน
การแปลงทรีทั่วไปให้เป็นไบนารีทรี
1.ให้โหนดแม่ชี้ไปยังโหนดลูกคนโต แล้วลบความสัมพันธ์ระหว่างโหนดแม่และโหนดลูกอื่นๆ
2.ให้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโหนดพี่น้อง
3.จับให้ทรีย่อยทางขวาเอียงลงมา 45 องศา
การท่องไปในไบนารีทรี คือ การท่องไปในไบนารีทรี (Traversing Binary Tree) เพื่อเข้าไปเยือนทุกๆ
โหนดในทรี
โหนดแม่ (แทนด้วย N)
ทรีย่อยทางซ้าย (แทนด้วย L)
ทรียอ่ยทางขวา (แทนด้วย R)
วิธีการท่องเข้าไปในทรี 6 วิธี คือ NLR LNR LRN NRL RNL และ RLN วิธีที่นิยมใช้ คือ การท่องจากซ้ายไปขวา 3 แบบแรก คือ NLR LNR และ LRN
ลักษณะการนิยามเป็นนิยามแบบ รีเคอร์ซีฟ
1.)การท่องไปแบบพรีออร์เดอร์ (Preorder Traversal)
ในวิธี NLR มีชั้นตอนการเดิน
1.เยือนโหนดราก
2.ท่องไปในทรีย่อยทางซ้ายแบบพรีออร์เดอร์
3.ท่องไปในทรีย่อยทางขวาแบบพรีออร์เดอร์
2.)การท่องไปแบบอินออร์เดอร์ (Inorder Traversal)
ในวิธี LNR มีขั้นตอนการเดิน
1.ท่องไปในทรีย่อยทางซ้ายแบบอินออร์เดอร์
2.เยือนโหนดราก3.ท่องไปในทรีย่อยทางขวาแบบอินออร์เดอร์
3.)การท่องไปแบบโพสออร์เดอร์ (Postorder Traversal)
ในวิธี LRN มีขั้นตอนการเดิน
1.ท่องไปในทรีย่อยทางซ้ายแบบโพสต์ออร์เดอร์
2.ท่องไปในทรีย่อยทางขวาแบบโพสต์ออร์เดอร์
3.เยือนโหนดราก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
